เรื่องและภาพ: อัยย์ รินทร์

ถ้าถามว่าเราจะเห็นอนาคตของบ้านเมืองได้อย่างไร? จากคะเเนนเสียง จากรัฐบาล ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา เพราะแกนทั้งมวลย่อมมิใช่เรื่องของคนยุคใดยุคหนึ่ง ทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงจากคนอดีต ปัจจุบันและอนาคต

ในวงสนทนา ณ เวลานี้ไม่มีคำถามใดที่จะทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจมากไปกว่า “เลือกพรรคการเมืองใด?”และบางทีก็รู้สึกสับสนระหว่างมิตรภาพกับทัศนคติทางด้านการเมือง ความจริงข้อหนึ่งคือเราต่างมีสิทธิขั้นพื้นฐานของความเป็นประชากรบ้านนั้นเมืองนั้น และประชาธิปไตยจักบังเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมิตรเข้าใจในรสนิยมและเคารพการตัดสินใจของมิตรด้วยกัน บ่อยครั้งที่เกิดข้อถกเถียงในเรื่องความชอบส่วนตัว บางคนพยายามลากจูงเพื่อให้ไปในทางที่เขาหรือเธอต้องการ หาไม่จะลดสถานะทางความเป็นเพื่อน

เราจะได้เห็นอะไรจากใครเป็นรัฐบาล ปรากฏการณ์ตื่นตัวของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งหวังอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองด้วยมือของคนรุ่นใหม่ด้วยกันเอง ในขณะน้ำเหล้าขวดเก่ายังคงเข้มข้นถูกถ่ายเทไปอยู่ในขวดบรรจุที่หลากหลาย ถ้าพูดว่าการเมืองต้องเปลี่ยนแปลงด้วยคนรุ่นใหม่คงไม่ใช่คำตอบทั้งหมดทั้งมวล และถ้าหากจะเป็นเหล้ารสชาติเก่าๆ ที่ไม่ยอมลด ละ ความเกลียดชัง ทุกอย่างก็คงกลับมาสู่วังวนเดิมๆ

ความจริงข้อหนึ่งคือไม่ว่าใครจะเป็นนายก เป็นรัฐบาลเราก็ต้องทำหน้าที่ต้องทำมาหากินเลี้ยงชีวิต ชีวิตที่ไม่พึ่งพาหรือรอคอยให้โชคชะตากำหนด หากแปรสภาพมาจากหยาดเหงื่อ แรงงานและมันสมองของเราเสียมากกว่า มิตรภาพก็เหมือนดอกไม้งามที่เราต่างถือไว้ในมือ เมื่อถึงคราวหยิบยื่น ถนอมน้ำใจซึ่งกันและกัน

“เลือกพรรคการเมืองใด? เลือกใคร? ” ย่อมเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน ผลลัพท์จากการเลือกตั้งคือคำตัดสินที่ไม่ได้มาจากคำสั่งศาลหรืออำนาจพิเศษ หากเป็นความชอบธรรมที่มาจากเสียงของประชาชนอย่าให้อารมณ์คั่งเดือด กับผลลัพท์ที่ไม่เป็นดั่งใจหวัง อย่าให้วงจรอุบาทว์กลับมาและสิ่งหนึ่งที่พึงระลึกไว้… “ใช้ชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเคารพและเป็นมิตร”