IF YOU DON’T KNOW WHERE YOU ARE GOING YOU WILL PROBABLY NOT WIND UP THERE. (ถ้าคุณไม่รู้ว่ากำลังจะไปไหน คุณก็อาจจะไปไม่ถึงที่นั่น)

ผมนึกถึงประโยคจากหนังเรื่องอัจฉริยะปัญญานิ่ม(Forestgump) เมื่อเห็นเก้าอี้ที่ว่างอยู่ในสวนสาธารณะ สายลมยามเช้ากับไออุ่นจากแสงแดดอ่อนๆ ถ้าหากได้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นแล้ว ชักชวนใครก็ได้ลงมานั่งใกล้ๆ เล่าเรื่องต่างๆ ที่อยากเล่าบ่นเพ้อเจ้อ อะไรไปเรื่อยเปื่อย  “เวลาที่หลงเหลืออยู่ในชีวิตกลับสั้นกว่าเวลาที่ใช้ไปแล้ว” คำบางคำพร่างพราวออกมา มันเป็นทรรศนะของคน-คนหนึ่งที่ข้ามผ่านฤดูกาลชีวิตจนเจนโลก

ดอกไม้ไม่รู้หรอกว่ามันมีความหมายต่อผีเสื้อ ฝูงผึ้ง มด หรือจิตใจสุนทรียภาพของผู้คนที่ได้ยล กลิ่น สีและกลีบใบ มันรู้แค่เพียงว่าแตกดอก เบ่ง บานและร่วงโรย”ก็อาจมีบ้างบางครั้งที่คนเรามีความสับสน ในสิ่งที่เป็น งง งวยกับหนทางที่ผ่านพ้นมาและตั้งคำถามกับตนเอง “เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? ” แต่…บางเหตุผลที่ทำให้ไปไม่ถึงจุดหมาย ก็เพราะความท้อแท้ อ่อนแอของเราเอง
ชายหาดมอมะกัน ทวาย เมียนม่าร์
บรรดานักฟุตบอลชายหาดมอมะกัน

“คนเรามิอาจล่วงรู้ ถึงอุปสรรคที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า มิอาจรู้ได้หรอกว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริง อยู่ตรงไหน?…แต่เราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเดินต่อไปให้ถึงปลายทาง”

บรรดาคนรักสุขภาพ วิ่งออกกำลังกายเดินผ่านไปผ่านมา…เมียงมองมายังชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สาธารณะ ใต้ร่มเงาแมกไม้ บางทีเขาก็ยิ้มให้กับดอกไม้ ใบไม้ที่ร่วงหล่น และบางขณะเขาผุดลุกขึ้นยืน กางแขนแล้วแหงนหน้าขึ้นไปบนอากาศ เหมือนเห็นคนบ้ามานั่งเพ้อ พร่ำ ดูท่าหมอนั่นคงจะ”หลงทางหรือไม่ก็เมาแดด”