เรื่องและภาพ: อัยย์ รินทร์

การเดินทางเป็นสายตาของนักเขียน” คำของนักเขียนเอกอุผู้ได้รับสมญานามพญาอินทรี “รงษ์ วงษ์สวรรค์” แต่มันต้องแลกเปลี่ยนด้วยความเหงาและคิดถึง-คิดถึงคนที่ถูกทิ้งไว้ให้อยู่เบื้องหลัง จนบางครั้งรู้สึกหวาดหวั่นกับหนทางข้างหน้า พูดก็พูดเถอะมาดแม้นว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเยือนเมืองชายฝั่งของรัฐตะนาวศรี เมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเมียนม่าร์

กว่าสี่ชั่วโมงกว่ากับการนั่งรถตู้จากด่านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรี แม้ระยะทางแค่เพียง ๑๔๐ กิโลเมตร ทว่าบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจคือพื้นผิวถนนขรุขระและลาดชัน นั่งโยกไกวราวกับทารกน้อยถูกไกวเปล กระนั้นก็เถอะเมื่อมองทัศนียภาพสองข้างทาง ทิวเขายังคงเขียวขจีด้วยแมกไม้ ระลอกธารน้ำใสสะอาด อีกทั้งทรัพยากรทางธรรมชาติที่ยังถูกทำลายไม่มากนัก

ชายหาดมอมะกัน
รอยยิ้มแม่ค้าชายหาดมอมะกัน

ทวายหรือทะเวยังมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งในทางด้านธรรมชาติและวิถีการดำรงชีวิตเรียบง่าย มนต์เสน่ห์ที่ควรจะปลดปล่อยให้เจริญเติบโตอย่างช้าๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป ลึกๆ ในความรู้สึกผมไม่อยากเห็นทวายถูกความเจริญคุกคาม จากโครงการเส้นทางเชื่อมโยงการค้าขายหรือแม้แต่ท่าเรือน้ำลึก จะว่าไปยังมีมุมมองแตกต่าง ที่มิอาจปฏิเสธได้ถึงพื้นฐานของการมีอยู่ ไม่มีใครอยากจมอยู่กับอดีต อดทนกับความยากลำบากและไม่มีพ่อแม่คนใดที่อยากให้ลูกๆ ต้องห่างไกลบ้านเรือนไปเป็นลูกจ้างขายแรงงาน บางคนมุ่งหวังอยากให้โครงการเศรษฐกิจพิเศษของทวายสัมฤทธิ์ผล เพื่อคนในครอบครัวจะได้อยู่พร้อมพรัก แต่นักต่อต้านบางคนก็ไม่เห็นด้วยกับอภิมหาโปรเจคและแอบลุ้นให้ผู้ลงทุนล้มเลิกแผนการณ์

ทวาย
สถานที่ราชการ เมืองทวาย

โลกหมุนวนรอบตัวเอง เวียนวนคืนวันเดือนปี นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง แม้ผมอยากหยุดเวลาให้ทวายค่อยๆ เติบโตและคงความงดงามตามอัตลักษณ์ กระนั้นก็ตามทุกอย่างย่อมขึ้นอยู่กับ”คนทวาย” มิใช่คนผ่านมาแล้วผ่านเลยไปแรงดลใจจากการเดินทางไป”ทวาย” เมื่อปลายปีที่แล้ว

ทวาย
แม่ชียืนรอรถประจำทาง

กราบขอบพระคุณ :
ผศ.ฟ้อน เปรมพันธุ์ ประธานสภาวัฒนธรรมและคณาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ที่เอื้อเฟื้อและอำนวยสะดวกในการเดินทาง

***คัดย่อมาจากบางส่วน ที่อาจจะตีพิมพ์รวมเล่มในอนาคตอันใกล้นี้…