เรื่องและภาพ: อัยย์ รินทร์

  รอยอดีตอันงามวิจิตรพังทลายเป็นเศษซากปรักหักพัง กองหินขนาดย่อม ล้มระเนระนาดรายรอบอนุสรณ์สถานที่พ่อสร้างเพื่อรฦกถึงลูกชายและเป็นที่ฝังศพของราชองค์รักษ์ผู้ภักดีทั้งสี่ผู้วายชนม์ในสงคราม  ดังความจารึกที่ถูกค้นพบ

เมื่อภรตราหูผู้ทรยศ ต้องการจะยึดพระราชวัง บรรดาทหารรักษาพระนครก็พากันหลบหนีไป เจ้าชายทรงออกรบเอง สัญชักอรชุน และสัญชักศรีธรเทวาปุระ ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องเจ้าชายและถูกฆ่าตายต่อหน้าพระพักตร์ เจ้าชายจึงทรงทุบที่จมูกของภรตราหูและฆ่าผู้ทรยศตาย ต่อจากนั้นยศอำเตง จึงถูกพระราชทานให้แก่สัญชักทั้งสอง เจ้าชายได้ทรงสร้างรูปสลักของทหารทั้งสองขึ้น และได้พระราชทานข้าวของเงินทองอย่างมากมาย รวมทั้งเกียรติยศให้แก่ครอบครัวทั้งสองด้วย”

บางข้อมูลก็บอกว่าเจ้าชายพระองค์นี้สิ้นพระชนม์ตั้งแต่ต้นรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ ๗  และปราสาทบันทายฉมาร์เป็นศาสนสถานสำคัญ ตามคัมภีร์การัณฑวายุหสูตร ซึ่งบูชาพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสูงสุด มีเนื้อหาปรากฏในภาพสลักขนาดใหญ่ ที่ผนังระเบียงคดด้านทิศตะวันตกจำนวน ๘ ภาพเรียงตามลำดับกัน ศาสตราจารย์บัวเซอลิเย และ ดร. นันทนา ชุติวงศ์ ได้ตีความภาพสลักเหล่านี้ไว้

“ภาพสลักทั้งหมดแสดงปาฏิหาริย์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ในการโปรดมนุษย์ เทวดา และสัตว์โลกทั้งหลาย มีภาวะที่เป็นศูนย์กลางของจักรวาล และมีความยิ่งใหญ่เหนือเทพเจ้าในศาสนาฮินดู”

บันทายฉมาร์
ประติมากรรมราวลูกกรง “ครุฑยุคนาคที่ซับซ้อน”

นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว ได้เขียนบทความ “บันทายฉมาร์ อาณาจักรแห่งนิทรากาล” ระบุถึงความสำคัญของปราสาท “…บันทายฉมาร์นับเป็นปราสาทหินเขมรที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่ยิ่งกว่านครวัดที่คนทั่วไปได้เคยพิศวงมาแล้ว…”(เป็นข้อมูลที่ระบุจากตัวบุคคล ไม่ได้เป็นหลักฐานอ้างอิงอย่างเป็นทางการ) ในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ของบันทายฉมาร์นั้น ชื่อของบันทายฉมาร์ หรือ “บันเตียฉมาร์” กลับแปลว่า “ป้อมเล็ก” ขณะอีกข้อมูลหนึ่งระบุว่า บันทายฉมาร์ หมายถึง “ป้อมแมว” หรือ “ปราสาทแมว” แต่บางความหมายของนักวิชาการผู้สอนภาษาขะแมร์อย่าง โสมเพ็ญ ขุทรานนท์ ได้บอกถึงสำเนียงที่ผิดเพี้ยน อาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อน “ฉมาร์ – ฉะ-มา = สวยงามวิจิตรบรรจง” ส่วน”ฉมาร ฉะ-มาร = แมว

บันทายฉมาร์
ภาพสลักหินนูนแกะสลักอย่างปราณีตสวยงาม

บริเวณระเบียงกำแพงมีภาพสลักหินนูนแกะสลักอย่างปราณีตสวยงาม บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ อาทิ  การยกทัพ  พาหนะศึกทั้งช้าง ม้า เกวียน เรือ ภาพทหาร การสู้รบของเจ้าชายเจ้าชายศรินทรกุมาร ภาพทหารกำลังถวายหัวผู้ทรยศ วิถีชีวิตและภาพการเข้าเฝ้าพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗  ณ ท้องพระโรง ฯลฯ

ราว ๗๐๐ กว่าปีที่ปราสาทอันงามวิจิตรแห่งนี้เป็นประจักษ์พยานข้ามกาลเวลา ถูกทิ้งให้รกร้างและพังทลาย กระทั่งเกิดสงครามระหว่างชนชาติเดียวกัน ในการรับรู้และความเข้าใจถึงอนุสรณ์สถานที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับผลกระทบอันเกิดขึ้นจากการรื้อทึ้งขุดค้นหามหาสมบัติ ที่เชื่อกันว่าถูกฝังร่วมกับอัฐิของเจ้าชายศรีนทรกุมาร อีกส่วนของเศษซากปรักหักพัง ถูกแปรสภาพเป็นสินค้าแก่นักสะสมของโบราณ

หลายปีก่อนมีข่าวฮือฮาถึงการลักลอบขโมยรูปสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร บนกำแพงปราสาท ถูกจับได้ที่เมืองไทย ก่อนรัฐบาลไทยในขณะนั้นได้จัดส่งคืนกลับให้กัมพูชา (ปัจจุบันเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์กรุงพนมเปญ)  ไม่ว่าบันทายฉมาร์จะมีความว่าอย่างไร? แม้จะถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน หากแต่ยังเป็นโบราณสถานสิ่งล้ำเลอค่าที่ควรแก่การเยี่ยมเยือน

พระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
พระพักตร์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

***ปัจจุบันตัวปราสาทกำลังอยู่ในกระบวนการบูรณะด้วยระบบ“อนัสติโลซิส”สำหรับสิ่งน่าสนใจของบันทายฉมาร์ เริ่มตั้งแต่ภายนอกตัวปราสาทกับ “บาราย” หรือสระน้ำขุดขนาดใหญ่ที่กักเก็บน้ำไว้สำหรับชุมชนล้อมรอบแนวกำแพง แสดงถึงการมีระบบชลประทานมาตั้งแต่อดีตของชาวขอม

ปราสาทบันทายฉมาร์ ตั้งอยู่ใน อ.ทมอพวก จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา การเดินทางจากเมืองไทย ข้ามแดนที่ จ. สระแก้ว ด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต ไปทางถนนสู่เสียมราฐ(เสียมเรียบ) เมื่อไปถึงแยกศรีโสภณให้เลี้ยวซ้ายไปทาง จ. บันเตียเมียนเจย ประมาณ ๖๓ กม. บันทายฉมาร์คิดค่าเข้าชมคนละ ๕ ดอลล่าร์

ขอบคุณ: อรัญ-ศรีโสภณทราเวล ที่เอื้อเฟื้อการเดินทาง

บทความ:บันทายฉมาร์ อาณาจักรแห่งนิทรากาล : นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว

ลิงค์ บทความเกี่ยวข้อง : http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai/2009/09/29/entry-1

ลิงค์ บทความเกี่ยวข้อง : รูปเทวบุคคลบนพระเกศา พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ : ภาพสลักที่ปราสาทบันทายฉมาร์