บทกวี:สิริวตี

ภาพ:อัยย์ รินทร์

กลางกระแสลมร้ายร้อนระอุ
กลางเมืองหลวงปะทุที่ร้อนกว่า
ท่ามลมร้อนตลบกระทบมา
คล้ายพายุคลั่งบ้าจะช่วงชิง

ลมฤดูเหมันต์พัดไปไหน
ความหนาวโลมที่ใดจนอ้อยอิ่ง
ดอกหญ้าเคยเคล้ากอดยังทอดทิ้ง
นกน้อยร้องประวิงดังทั่วเมือง

ภูไพรใหญ่ตระหง่านอย่างสง่า
สายหมอกยังห่มฟ้าอยู่เนื่องเนื่อง
พยับแดดสะท้อนทุ่งราวรุ่งเรือง
ข้าวสีทองประเทืองอร่ามใจ

หรือความหนาวโลมเล้าพัดทางนี้
ค่อยค่อยพัดกระจายที่ทั่วถิ่นให้
คลายความร้อนทุรายทุรนทุกคนไป
ด้วยเพลงหมอกดอกไม้ด้วยสายลม

พายุใหญ่หมุนปะทุอย่างดุเดือด
น้ำทะเลเคล้าฟองเลือดดั่งเสพสม
อำนาจไหนโถมถึงจึ่งล่มจม
ร้าวระทมอมทุกข์ทุกคืน, คราว

จะขยายไปถึงไหนธรรมชาติ
และอำนาจอันประหลาดกร่าง, กราดกร้าว
เราต่างรอสีเงินยวงของดวงดาว
เราต่างรอลมหนาวเหมือนเหมือนกัน

ไยต้องล้างต้องล่าฆ่าวิถี
ต้องย่ำยีขยี้ซ้ำต้องห้ำหั่น
ที่โหยหาหวงแหนให้แบ่งปัน
ต้องฝ่ายหนึ่งเท่านั้นรวบ, เข้าครอง ?

ธรรมชาติธรรมดาคือของโลก
แม้สุขโศกเกิดแก่เฒ่าใครเจ้าของ?
พายุใหญ่, คลื่นเคลื่อนแล้วเลือนฟอง
เหลือพายุเกลื่อนกองในกลางเกม

กระแสลมหนาวพัดเข้ามาแล้ว
แต่ลมร้อนแน่แน่วจะคุมเข้ม
ปล่อยฤดูได้ลิ้มจนอิ่มเอม
ร่วมปรีดิ์เปรมหัวใจใช่เหล่าเดียว

ภูไพรใหญ่ตระหง่านอย่างสง่า
ดอกไม้ป่าหลากสีกลางสีเขียว
รื่นฤดูชูช่อก่อกลมเกลียว
จึ่งมวลหมอกเหมยเลี้ยวมาห่มเมือง