เรื่องและภาพ: อัยย์ รินทร์

แดดอ่อนๆ กลางฤดูหนาวสีสันจากใบไม้ที่กำลังผลัดใบ ม่านหมอกบางๆ แผ่ปกคลุมเหนือทิวเขาสลับซับซ้อนทอดยาวไกลสุดตา เสียงธารน้ำไหลดัง ซู่ๆๆแผ่วพริ้วผ่านมากับสายลม ในวันที่จิตใจรู้สึกสับสน รุ่มร้อนและเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย โลกยังมีพื้นที่ให้คุณไปเยี่ยมเยือน ฟังสิ ฟังเสียงขับขานจากพงไพร หลับตาแล้ววาดฝันถึงชีวิตในอุดมคติ มันอาจจะเป็นแค่เพียงความเพ้อพร่ำ หากสิ่งเหล่านั้นจะยังคงโบกมือทักทาย ในยามที่เราได้สดับรับฟังความต้องการของหัวใจ อะไรกันเล่า? ที่นำพาสู่หนทางแห่งการปลดปล่อย ก็ในเมื่อคนเราถูกครอบคลุมไปด้วยกาลทั้งสาม หนาว ร้อนและฝนพรำ ทว่าทุกฤดูกาลล้วนมีความหมาย

สัมพันธภาพฉันท์มิตรจะก่อเกิดขึ้นได้จากความเอื้อเฟื้อ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ผู้รู้แขนงหนึ่งแบ่งปันความรู้แด่เพื่อน ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะเปิดใจรับรู้ รับฟังจากเพื่อนจากผู้อื่น ไม่มีใครรู้ เก่งไปหมดทุกอย่าง ต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยและเข้าใจในความแปลกแยกแตกต่าง มองเห็นความงดงามที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้เปลือก มิตรภาพและสัมพันธภาพ ส่วนตัวย่อมเป็นเศษส่วนเล็กน้อย หากเทียบกับความกว้างใหญ่ไพศาล ของผืนป่า แผ่นดิน มหาสมุทรหรือจักรวาล ทว่าหนทางเดียวที่จะทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันได้โดยสันติ ปราศจากแย่งชิงดี เด่น ดังก็คือการแบ่งปันฉันท์มิตรภาพ

แรงดลใจให้ผมเขียนถึงความรู้สึก เมื่อเห็นรูปภาพที่ได้บันทึกสีสันระหว่างทาง ผสานกับบทกวีที่ชื่อ

ลมฤดูใบไม้ร่วงที่หอบพัดหลังคาปลิว

ข้านอนหลับน้อยยิ่ง นับแต่วันเห็นสงครามปะทุ

ข้าจะมีชีวิตผ่านพ้นค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วงไปได้อย่างไร

ข้าปราถนาจะเสาะหา เรือนหลังใหญ่ซึ่งมีหลังคาปกคลุม

ที่ซึ่งคนยากไร้ทั้งมวลในโลก อาจมาร่วมพักอาศัยด้วยความปีติ

อา…ข้าจะไม่มีวันได้เห็นมันผุดขึ้นมาหรือไฉน

โดยท่าน ตู้ ฟู่ (๗๑๒-๗๗๐) กวียิ่งใหญ่ในสมัยราชวงศ์ถัง

คัดย่อมาเพียงบางตอนจาก “ลิขิตสี่ฤดู” โดย อิเคดะและอิโนะอุเอะ

แปลโดย; พจนา จันทรสันติ