เรื่องและภาพ: ธีรภาพ โลหิตกุล

เสียงบรรยายอันสุภาพและไพเราะ ด้วยท่วงทำนองอ่อนน้อมถ่อมตน ทว่ามีความน่าเชื่อถืออยู่ในที ของคุณอดุลย์ โยธาสมุทร ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดบางอ้อ ซึ่งตั้งใจเลือกศาลาริมน้ำ ที่สามารถมองเห็นมัสยิดได้เต็มองค์ เป็นจุดนั่งฟังบรรยายไป ดื่มด่ำความงามของมัสยิดไป 

ในท่ามกลางสายลมเย็นพัดพลิ้วจากเจ้าพระยามหานที ทำให้ผมตระหนักว่าความงามของอิสลามิกสถานแห่งนี้ เกิดจาก “พหุวัฒนธรรม” คือวัฒนธรรมอันแตกต่างหลากหลาย แฝงฝังอยู่ในตัวอาคารนี้อย่างลงตัวจนน่าประหลาดใจ คือนอกจากไม่ขัดแย้งกันแล้ว ยังกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกัน

ศิลปะเรอเนสซองส์ ผสมบาโรก โมกุล ปั้นหยา อาหรับ และเปอร์เชีย คือพหุวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่ลงตัว ของมัสยิดซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว ก่ออิฐถือปูน ประดับลายปูนปั้นไว้โดยรอบ 

โดยโครงสร้างหลักของอาคารเป็นเรอเนซองส์ ที่เน้นความสมมาตร และความได้สัดส่วนของรูปทรงเรขาคณิต ทว่า หน้าบันหรือจั่วเป็นความหรูหราแบบศิลปะบาโรก ขณะที่หลังคามัสยิดเป็นทรงปั้นหยาอย่างที่พบเห็นได้ง่ายในอุษาคเนย์ 

ส่วนโดมสีเขียวสามองค์บนหลังคา “หออ้าซาน” หรือหอกระจายเสียงเรียกร้องของ “มุอาซิน” บุคคลผู้ทำหน้าที่เรียกร้องให้ชาวมุสลิมทำละหมาด ได้รับอิทธิพลจากรูปดอกบัวใหญ่ตามคติฮินดู และรูปหม้อน้ำของชาวอาหรับ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของศิลปะโมกุล 

สถาปนาโดยราชวงศ์โมกุล ที่ปกครองอินเดียโดยประนีประนอมสองศาสนา คืออิสลามกับฮินดู สำแดงให้ประจักษ์ไว้มากมายในสถาปัตยกรรมสำคัญ อาทิ ทัช มาฮาล ป้อมแดงแห่งอัครา ป้อมแดงแห่งเดลลี ฯลฯ ล้วนมีรูปทรงโดมเป็นศิลปะโมกุล อันกล่าวได้ว่าเป็นต้นแบบของโดมแห่งมัสยิดบางอ้อหลังนี้*

….

*จากบทความ 

“มัสยิดบางอ้อ: ที่สุดของพหุวัฒนธรรมแห่งศรัทธา”

คอลัมน์ ความยอกย้อนของกาลเวลา

ส่วน “เสาร์สวัสดีนสพ.กรุงเทพธุรกิจ 6 ส.ค. 2559