เพื่อน…วันนั้นฉันเดินเข้าป่า หมายใจว่าจะได้เจอเสือตัวใหญ่ บางทีมันอาจจะถามฉันว่าเข้าป่ามาทำอะไร ฉันอาจจะบอกมันไปว่ามาตามล่า”เสือดำ” โชคร้ายที่เช้าวันนั้นฉันไม่เจอเสือ มันคงจะตกใจวิ่งหนีทันทีที่ได้ยินเสียงหายใจกระหืดกระหอบของคณะเดินทาง หรือไม่ มันคงแอบหัวเราะเสียงคนร้องโอดโอยลื่นไถลก้นจ้ำเบ้า เป็นอันว่าฉันไม่ได้เจอเสือตัวใหญ่ ครั้นถามเจ้าหน้าที่อุทยานว่าเสือดำอยู่เขาก็ชี้ไปยังพู้น(ทำปากยาวๆ)แล้วแกก็หันมาย้อนถามว่า “ก่อนจะเข้าป่าทำไมไม่ปรึกษาใครบางคน?”  ก็รู้สึกงงอยู่เหมือนกันว่าทำไมฉันไม่ถามชายคนนั้นก่อนเข้าป่า ช่างเถอะไหนๆก็ออกเดินทางเข้าป่ากันตั้งแต่เช้ามืด ไก่ป่ายังไม่โก่งคอขันและหิ่งห้อยหรีดหริ่งเรไรกำลังหลับฝันหวาน 

เช้าวันนั้นฉันดั้นด้นปีนป่ายไปจนถึงเชิงผา ยืนมองฟากฟ้าไม่มีแม้แต่แสงแรกแห่งอรุณรุ่ง เงี่ยหูสดับฟังไร้เสียงนกกา เบื้องหน้าเทือกเขาบรรทัด สลับเขาพรานนุช ไกลออกไปเป็นเทือกเขาสะแกกรอง สีเขียวจขจีของแมกไม้ในแอ่งกะทะ และมองเห็นสายนทีไหลพาดผ่าน มีคำถามมากมายที่ฉันอยากจะเอ่ยถามแต่อาการเหนื่อยหอบยังอัดแน่นอยู่ในอก จากการลุยดะขึ้นเขาสูงเพียง ๓ กิโลเมตร ตาม จีพีเอส แต่ระยะทางจริงๆ ก็น่าจะประมาณ ๕ กิโลมตร มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันและคงมีอีกหลายๆ ครั้งในโอกาสต่อๆไป เป็นอันว่าการมาอุทยานแห่งชาติตาพระยาในครั้งนี้ ฉันคงหมดโอกาสที่จะถามเจ้าเสือตัวใหญ่ ว่าแหล่งกบดานเสือดำอยู่ไหน? ถึงจะเจอจริงตอนนั้นก็คงไม่มีเวลาได้พูดคุย

เถอะน่า…อย่างน้อยการเข้าป่าครั้งนั้นของฉันก็ได้ชื่นชมความยิ่งใหญ่ของสิ่งเล็กๆ มันเป็นแค่เพียงหยดน้ำจากหยาดฝน ที่ไหลรวมจนเป็นแอ่งซับน้ำ ที่ก่อตัวเป็นลำธาร ก่อกำเนิดลำคลองสะโตนและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับโตนเลสาป ตลอดสองฟากฝั่งมันหล่อเลี้ยงผืนป่า ฝูงสัตว์บกฝูงสัตว์น้ำ ผู้คนโดยไม่เรียกร้องสิทธิพิเศษอันใด วันนั้นที่ฉันเดินเข้าป่า แม้จะไม่มีโอกาสได้เจอเสือตัวใหญ่ แต่ฉันก็ได้รู้ว่า ความยิ่งใหญ่นั้นเกิดขึ้นมาได้จากหยดน้ำอันแสนบริสุทธิ์

เพื่อน…พรุ่งนี้ฉันกำลังจะเข้าป่า หวังแต่เพียงว่าจะมีโอกาสได้เจอเสือตัวใหญ่…ถึงตอนนั้นใครจะอยู่หรือไปค่อยว่ากัน.