เรื่องและภาพ โดย อัยย์ รินทร์
เสียงตะไบถูลงบนแผ่นไม้ หากไม่เห็นใบหน้าผมคงคิดไปถึงช่างผู้ช่ำชองศิลปะสูงวัย ทว่าภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือเด็กหนุ่มวัยละอ่อน สายตาจับจ้องไปยังผลงาน ซึ่งกำลังก่อร่างสร้างตัว ทุกๆ จังหวะที่มือถูลนบนผิวไม้ ราวกับว่าเขาได้ขัดเกลาจิตใจตนเองให้เยือกเย็น เด็กหนุ่มวัยรุ่นผู้นี้มีหนทางมากมายให้เขาเหยียบย่ำ แต่เขากลับเลือกที่จะก้าวเดินไปบนหนเส้นทางที่วาดหวัง อดีตนักเรียนศิลปะเพาะช่างเรียนได้แค่ ๒ ปี ก็ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้าน
“ผมมองว่าการใช้ชีวิตในกรุงทพฯ ไม่เหมาะกับคนอย่างผม ผมชอบความสงบ อยากอยู่กับธรรมชาติ โดยเฉพาะบ้านเรา จึงตัดสินใจกลับมาอยู่บ้าน เพื่อมาทำในสิ่งที่ผมรัก”เอกพูดพลางจับดินสอร่างภาพเหมือน องศ์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงบนผืนผ้า เพื่อที่จะนำไปให้น้องๆ นักเรียน โรงเรียนปากพนังระบายสีในกิจกรรมวาดผ้าพระบฏ

เด็กๆ นักเรียนแห่ผ้าห่อมพระบรมธาตุ

บริเวณพื้นที่เทศบาลปากพนังแม้แสงแดดจะแผดกล้า ประดาน้องๆ เด็กนักเรียน ยังส่งเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บางคนก็ตั้งหน้าตั้งตาระบายสีลงบนภาพ ส่วนบางคนเหน็ดเหนื่อยก็มานั่งผ่อนคลายพูดคุย เป็นที่ทราบกันว่าทุกๆ มาฆบูชาและวิสาขบูชา ที่นครศรีธรรมราชจะมีประเพณีแห่ผ้าห่มพระบรมธาตุ หนึ่งในสถานที่สำคัญ ซึ่งถือได้ว่าเป็นต้นตำนานของประเพณี ที่ยิ่งใหญ่และสืบสานกันมาอย่างยาวนาน
ประเพณีนี้ มีมาตั้งแต่เมื่อใด ไม่มีหลักฐานปรากฎแต่ในตำนานครศรีธรรมราช ได้กล่าวไว้ ราวปีพุทธศักราช ๑๗๗๓ ครั้งกษัตริย์สามพี่น้องคือพระเจ้าศรีธรรมโศกราช พระเจ้าจันทรภาณุ และพระเจ้าพงษาสุระ ตระเตรียมสมโภชพระบรมธาตุ มีผ้าพระบฎ เกยอยู่บนชายหาดปากพนัง ชาวบ้าน ทำความสะอาดและถวายให้พระเจ้าศรีธรรมโศกราช ทรงรับสั่งสืบหาเจ้าของ จนทราบว่าเป็นคณะชาวพุทธจากเมืองหงสาวดี ตั้งใจนำผ้าพระบฎไปบูชาถวาพระพุทธบาทที่ลังกา เรือมาถึงน่านน้ำอ่าวไทย ถูกคลื่นลม พายุโหมกระหน่ำซัดจนอับปาง พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ทรงขอให้นำผ้าพระบฎจากกลุ่มผู้รอดชีวิตสิบกว่าคน นำไปห่มผ้าพระบรมธาตุขจึงเป็นที่มาของประเพณีแห่ขึ้นห่มพระบรมธาตุนับแต่นั้นมา

พุทธศาสนิกชนห่มผ้าเจดีย์ราย เก็บอัฐิ กษัตริย์ ข้าราชการ บุคคลสำคัญรอบๆ พระบรมธาตุ

“ผมรู้สึกภูมิใจ ที่ผลงานศิลปะของผม ได้ทำเพื่อส่วนรวม และได้อยู่ในประเพณีที่ดีงาม” น้องเอกกล่าวย้ำขณะๆ คอยดูแลเหล่าเด็กนักเรียนปากพนังระบายสีลงบนผ้าพระบฎ บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติขององศ์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เด็กๆ เหล่านี้ได้รับการบ่มเพาะ ปลูกฝังสิ่งดีงาม อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตหรืออาจจะมีในปีต่อๆ ไป สายน้ำไหลลัดเลาะตามแนวตลิ่ง วิถีชุมชนสองฟากฝั่งแม่น้ำปากพนังดูเรียบง่ายและสงบ เหนือน่านน้ำเจ้านกเหยี่ยวบินโฉบเฉี่ยวถลาลม ราวกับว่ามันกำลังจ้องมองและมาร่วมกิจกรรมงานบุญประเพณีที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน

ลิ้งค์บทความ

http://งานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติที่เมืองนคร

http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234/2013/02/28/entry-1