เรื่องและภาพโดย : อัยย์ รินทร์
บริเวณหน้าเมรุวัดเขาแก้วคับคั่งไปด้วยผู้คน ไม่ว่าเด็กหญิง-ชาย รุ่นหนุ่ม-สาว กระทั่งคนรุ่นราวคราวเดียวกับเรา พวกเขาพยายามมองดูใบหน้าเธอเป็นครั้งสุดท้าย บางคนร่ำไห้สะอื้นอาลัยกับการจากไปของเธอ ส่วนฉันไร้เรี่ยวแรงที่จะหยัดยืนจำต้องซ่อนคราบน้ำตาไว้ใต้แว่นกันแดด แม้นไม่อยากให้ใครได้เห็นร่องรอยความเศร้าหมองบนใบหน้า อยากฝืนยิ้ม ทักทายและขอบคุณทุก ๆ คนที่มาร่วมส่งเธอไปยังสัมปรายภพ แต่ฉันไม่มีกำลังมากพอ รู้สึกขาด ๆ หายๆ และเคว้งคว้าง เหนื่อยเหลือเกิน…นับวันตั้งแต่วันที่เธอจากไป

หากแต่มันเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้จดจำภาพของสามีที่เคยครองคู่ เคยร่วมทุกข์ ร่วมสุขฟันฝ่ากันมา รอยยิ้มของเธอ เสียงหัวเราะหรือแม้แต่ท่าทีดุดันในยามอารมณ์ขุ่นมัว ฉันยังจดจำและภาพในวันวารระหว่างเราคงไม่เลือนหายไปจากห้วงคำนึง แม้วันนี้มือของสามีผู้ที่ฉันภาคภูมิใจ จะปลดปล่อยและทิ้งไว้ซึ่งความอ้างว้าง
“ไม่หรอก! เธอยังทิ้งอะไรไว้ให้ฉันมากมาย”
ดูสิ!ลูก ๆ ของเรา เห็นมั้ย?! เหล่าบรรดาศิษย์ที่เธอพร่ำสอนกี่ยุคสมัย พวกเขาเหล่านั้นยังเป็นลูก-ลูกศิษย์ของเธอและฉัน กำลังร่ายรำกันอยู่ในขบวน เพื่อน ๆ หมู่ญาติไท-ยวน เหล่าข้าราชการครู ผู้คนที่เคารพรัก ข้าราชการท้องถิ่นและบริษัทเอกชน ต่างพร้อมใจกันมาร่วมอำลา จนล้นวัดเขาแก้ว” 

เสียงกังสดาลเงียบหาย สายลมพัดแผ่วพริ้วจนใบไม้ร่วงหล่นระคนเสียงสะอื้นร่ำไห้ และแล้วสัญญานแห่งการพรากจาก อีกไม่นานฟอนไฟจะลุกโชนเผาไหม้เรือนร่างของเธอ “ไม่ต้องห่วงหรอกนะว่าฉันจะร้องไห้เพียงลำพัง เพราะลูก ๆ เรา และบรรดาลูกศิษย์ของเธอ ต่างมาร้องไห้เป็นเพื่อนฉัน ทุกคนเอ่ยพร่ำคำร่ำลาด้วยน้ำตาแห่งความอาดูร ลาก่อนนะ…มิใช่ลาชั่วนิจนิรันดร์ หากแต่เธอนั้นจะอยู่ในใจฉันตลอดไป และเธอจะตราตรึงอยู่ในจิตใจของใครอีกหลาย ๆ คน

ควันไฟสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาจากปล่อง หยาดน้ำตาเอ่อล้นท่วมท้นทั้งสองตา มันไหลอาบลงมาข้างแก้มและราดรดลงหัวใจที่เหือดแห้ง “ลาก่อนนะ แต่มิได้ลาชั่วนิรันดร์ หวังว่าเธอจะรอคอยการพบกันระหว่างเราสองคน


***แรงบันดาลใจในการเขียนเรื่องนี้ ผมอยากถ่ายทอดความรู้สึกที่ได้เห็นคู่ชีวิตของท่าน อจ.ทรงชัย วรรณกุล หนึ่งในปูชนียบุคคลที่ควรค่าแก่การยกย่องและเชิดชู ผมนึกถึงยุคสมัยหนึ่งขบวนแห่ศพพ่อค้าวานิชผู้มั่งคั่งโปรยเงินแจกทานระหว่างทางที่ผ่าน เพื่อให้คนร่วมแสดงอาการเศร้าโศกเสียใจ หากแต่การแห่ร่างไร้วิญาณของ อจ.ทรงชัย วรรณกุล ไปยังเมรุ วัดเขาแก้ววรวิหาร ทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจที่จะทำสิ่งดี ๆ ตอบแทนท่านเป็นครั้งสุดท้าย

แด่…ครูผู้มากล้นด้วยความเมตตา ***กราบขออภัยท่านอาจารย์ สงัด วรรณกุล ที่นำเสนอเรื่องราวผ่านมุมมองและแง่คิด โดยมิได้ขอ-อนุญาต ๑๔ พค ๒๕๖๑