เรื่องและภาพ โดย: อัยย์ รินทร์

ในยุคที่คนเราสามารถค้นหาข้อมูล สิ่งต่าง ๆ ที่สนใจ อยากจะไปไหนสักแห่ง สั่งซื้อจับจ่ายสินค้าก็แค่คลิกด้วยปลายนิ้วสัมผัส ดูเหมือนว่าวิถีการดำรงชีวิตของคนเราง่าย สะดวกสบายกันมากขึ้นแต่…เรื่องบางเรื่องต้องพิสูจน์ให้เห็นด้วยสายตา สัมผัสบรรยากาศด้วยตัวเอง ยิ่งการเดินฝ่าไอแดดร้อนยามเที่ยงวัน เพื่อจะบันทึกภาพวัดวาอาราม โบราณสถาน ก็เป็นสิ่งท้าทายต่อสภาพร่างกายและจิตใจ

ใต้ร่มเงาไม้ กับสายลมพัดพริ้ว ถ้าหากมีเสื่อสักผืน หมอนสักใบนอนหลับไหลให้ฉ่ำอุรา แต่จุดมุ่งหมายของการมาสถานที่แห่งนี้ เพื่อจะมาเรียนรู้ จำต้องข่มใจ ดีหน่อยก็ตรงที่ได้เพลิดเพลิน กับภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ เรื่องเล่าวิถีการดำรงชีวิตของคนในห้วงยุคสมัยนั้น พลังศรัทธาที่สร้างสรรค์ เป็นบันทึกข้ามกาลเวลา

โอ…นี่มันกระซิบรักคลาสิค” ในแบบฉบับของคนชุมชนมอญภาคกลาง…ยิ่งมองดูภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ว่ากันว่าสวยงามเป็นที่สุด คือภาพของพระแม่ธรณีบีบมวยผม ก็ต้องยอมรับว่าสวยงามสมคำร่ำลือ

พระธาตุมุเตา

นอกประตูมองเห็นความงามของ”พระธาตุมุเตา” เจดีย์ สร้างตามคติความเชื่อของชาวมอญ เพื่อเป็นพุทธบูชา สันนิษฐานกันว่าวัดแห่งนี้เป็นวัดมอญ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แผ่นดินพระนารายณ์มหาราช ราว พ.ศ.๒๒๒๕ โดยท่านพ่อปู่(ฮาโหนก) ซึ่งเป็นหัวหน้ามอญอพยพ ได้มาปักหลักอาศัยอยู่บริเวณนี้

อิฐก้อนใหญ่สีแดงโผล่ขึ้นมาเป็นบริเวณกว้าง ท่านพ่อปู่เห็นว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีจึงได้จัดสร้าง พระมุเตา ลงบนเนินอิฐนั้นและให้ชื่อว่า “วัดชมภูวิเวก” คำว่า”ชมภู” เป็นภาษาบาลีแปลว่า “ไม้หว้า” ส่วน “เวกหรือวิเวก” แปลว่า “สงบเงียบ“ภายหลังคำว่า “วิ”ได้หายไปเหลือเพียง “วัดชมภูเวก” และท่านพ่อปู่นั้นชาวบ้านได้ตั้งสมญานามท่านว่า “พ่อปู่ศรีชมภู”

เจ้าอแมวเหมียวนอนสบาย

เดินดูบริเวณรอบๆ เห็นเจ้าแมวเหมียวเพื่อนร่วมโลก นอนสบายอยู่บนเก้าอี้ไม้กุฎิพระ ร่มเงาไม้กับสายลม บรรยากาศเช่นนี้ที่หามิได้ในห้องแอร์

วิหารหลังเก่า

วัดชมภูเวก” ตั้งอยู่ที่ ถ.สนามบินน้ำ ซ.นนทบุรี ๓๓
ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี