เรื่องและภาพโดย

อัยย์ รินทร์

หนังสือเล่มหนึ่งที่ผมพกพาไปไหนต่อไหนมานาน ทว่าผมกลับอ่านไม่จบเสียที ไม่ใช่เพราะรูปเล่มที่มีหน้ากระดาษหนา ถึง ๕๐๐ กว่าหน้า หากแต่บางห้วงเวลา สมองของผมมันตีบตื้อจนไม่อาจเปิดรับสิ่งใดได้เลย จำต้องพกติดตัวและถ้าหากมีเวลาก็ค่อยเปิดอ่านไปเรื่อยๆ เนื้อหาในหนังสือนั้นบอกเล่า ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ (อาจจะมากกว่านั้น) ของเพื่อนบ้านใกล้ชิด ที่ดูเหินห่างและชิงชัง สารคดี”ท่องแดนเจดีย์ ไพร ในพุกามประเทศ”โดย อจ.ธีรภาพ โลหิตกุล ท่านเมตตาให้ ผมศึกษาแนวทางการเขียนสารคดีและเพิ่มพูนความรู้ อ่านมาถึงตอนหนึ่งซึ่งบอกเล่าเกี่ยวกับ พระมหาเจดีย์องค์ใหญ่แห่งลุ่มน้ำอิระวดี กาลเวลาผ่านมานานนับพันปีมหาเจดีย์ทองที่เรียกขานกันว่า เจดีย์ชเวดากองแห่งเมืองดากองหรือตะเกิง(ชื่อเดิมเมืองพม่า)อยู่คู่กับความเชื่อและศรัทธาของชาวมอญและพม่า ว่ากันว่ามหาเจดีย์นี้บรรจุเส้นพระเกศาขององศ์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานให้แด่พ่อค้าวานิชชาวมอญ

เจเดีย์อัฐิพระอุปัชฌาย์ เจ้าคุณน้อย คุณสาโร

มอญคือใคร? มาจากไหน? นักมนุษย์วิทยาตั้งข้อสันนิษฐานถึงความเป็นมาของชาวมอญ ไว้ว่าอพยพมาจากจีนตอนใต้ กลุ่มแรกพม่า-ทิเบตประกอบด้วยชาวพิวหรือพยูหรือปยุ มาตั้งถิ่นฐานทางตอนกลางของพม่า เรียกว่าอาณาจักรศรีเกษตร(สารเกษตร) กลุ่มที่สอง เป็นพม่า-ทิเบต กลุ่มการันหรือพวกยะไข่ มาตั้งชุมชนด้านตะวันตกของพม่า ติดอ่าวเบงกอลคือเขตยะไขของพม่าในปัจจุบันและอีกกลุ่มชาวมอญ-เขมร ที่อพยพมาตามลุ่มแม่น้ำจากสาละวิน มาตั้งถิ่นฐาน ตั้งเมืองบริเวณปากแม่น้ำ คือเมืองสะเทิมหรือแคว้นสุธรรมวดี ซึ่งแค้วนแห่งนี้ได้รับอิทธิพจากพุทธศาสนาและวัฒนธรรมอินเดีย จนถือได้ว่าเป็น “หน้าต่างทางอารยธรรม

แต่แล้วมอญที่เคยรุ่งเรือง ถูกชนพม่าตียึดถิ่นฐานจนแตกกระจายเป็นกลุ่มไร้แผ่นดิน และบางส่วนก็ซ่านกระเซ็นมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร พระเจ้าแผ่นดินสยามประเทศ หลายครั้งหลายครา แต่ผมจะขอพูดถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญราวปีพ.ศ.๒๒๐๗ ยุคสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สุวรรณเทวะและทามุมวยร่วมกับชาวมอญจับตัวจักกายวอเจ้าเมืองเมาะตะมะฆ่า จนเป็นเหตุให้กองทัพพม่าส่งกองกำลังมาปราบปราม มอญเห็นทีจะสู้ไม่ได้จึงรวบรวมไพล่พล ๑๐,๐๐๐ คนเศษอพยพเข้าไทยทางด้านเจดีย์สามองค์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงโปรดเกล้าฯให้อยู่ที่ “บ้านสามโคกปทุมธานี บ้านปากเกร็ดนนทบุรี เมืองราชบุรี กาญจนบุรี

เจดีย์อัฐิ พระอุปัชฌาย์น้อย คุณสาโร

เมืองสามโคก” จำได้ว่าเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว เมื่อผมย้ายสำมะโนครัวมาเป็นประชากรเมืองปทุมธานี ผมขับรถตระเวณบริเวณสองฟากฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา มาดูเตาเผาอิฐมอญเมืองสามโคก แวะนมัสการหลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย วัดสิงห์ จวบจนผมผ่านมาที่วัดเจดีย์ทอง ศาสนสถานที่สร้างขึ้นมานานมากกว่า ๑๖๐ ปีแล้ว เป็นเจดีย์ทรงรามัญ สร้างโดยชาวมอญในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีสถูปทรงระฆังก่อด้วยอิฐฐานรูปสี่เหลี่ยม มีซุ้มจระนำโค้ง รายล้อมด้วยกำแพงแก้ว โดยเป็นสถาปัตยกรรมแบบมอญที่เลียนแบบมาจาก เจดีย์จิตตะกอง เมืองหง-สาวดี

ทั้งยังมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีนามว่า “พระพุทธรูปหยกขาว” หรือ “หลวงพ่อขาว” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างขึ้นจากหินหยกขาว แกะสลักด้วยมือ ศิลปะแบบพม่า เล่ากันว่า หลวงตาอมรา พระภิกษุของวัดเจดีย์ทอง เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาด้านบาลี ณ เมืองหงสาวดี ประเทศพม่า เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๕๒ ครั้นท่านเดินทางกลับได้อัญเชิญ “พระพุทธรูปหยกขาว” ลงเรือจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่ามาประดิษฐาน ณ วิหารวัดเจดีย์ทอง ยังมีเจดีย์บรรจุอัฐิ พระอธิการน้อย คุณสา-โร เจ้าอาวาสวัดเจดีย์ทอง องค์ที่ ๒ ศิลปะพม่าและมอญผสมผสมผสานกันดูแปลกตาน่าชมยิ่งนัก ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบแบบจีน ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเจดีย์สีทอง

ไม่ว่ากาลเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนแปลง วิถีชีวิตที่เคยมีถิ่นฐาน สร้างราชธานีอันยิ่งใหญ่แห่งลุ่มแม่น้ำอิระวดี แม้นทุกวันนี้ชนชาวมอญจะได้ชื่อว่าไร้ถิ่นฐาน บ้าน เรือนแตกซ่านกระเซ็นก็มีที่มาจากการพ่ายแพ้จากการศึกสงคราม แต่เหตุผลของความเป็นชนชาติมอญยังคงอยู่ ด้วยพลังความเชื่อความศรัทธา ที่สืบสานผ่านศิลปะและวัฒนธรรม เฉกเช่นสองฟากฝั่งลำนำแม่เจ้าพระยา ณ เมืองสามโคก และชุมชนมอญอีกหลายๆ แห่ง

นรสิงห์ หรือมนุษย์สิงห์ ความเป็นมาของวัดเจดีย์ทอง วัดไทยซึ่งมีอายุเก่าแก่ มีมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี หลักฐานที่พบคือใบเสมาขนาดใหญ่หินทรายแดง ศิลปะอยุธยาต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีชาวรามัญได้อพยพหนีพม่าจากเมืองเมาะตะมะ โดยมี พระยาราม ราชบุตรเขยพระยาเจ่ง หรือเจ้าพระยามหาโยธา (เจ่ง คชเสนี) เป็นพระเจ้ามหาโยธาเป็นผู้นำ เข้ามาอาศัยอยู่ทั่วเมืองสามโคก เป็นผู้ริเริ่มบูรณะวัดเจดีย์ทอง พร้อมทั้งสร้างถาวรวัตถุ กุฏิ ศาลาขึ้นใหม่ โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗

ขอบคุณขัอมูลอ้างอิงจากหนังสือ

๑ ท่องแดนเจดีย์ไพร ในพุกามประเทศ โดย ธีรภาพ โลหิตกุล

๒ ต้นทางจากมะละแหม่ง องค์ บรรจุน

๓ มอญในแผ่นดินสยาม สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๔.มอญในเมืองไทย โดย สุภรณ์ โอเจริญ

*ขอบคุณ มาณพ แก้วหยก ชุมชนมอญวัดศาลาแดงเหนือ

และข้อมูลจากเวปไซด์ http://www.dhammajak.net