โดย อัยย์ รินทร์

อยู่ดีกินหวาน จุปุ้จุก๋นเน้อ (สวัสดีสบายดีไหม)
ลำน้ำสานไหลกระทบโขดหินดังระงมไปทั่วชุมชนเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่อ้อมกอดภูสันแป ณ ที่แห่งนี้คืออยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ ไทแดง น้อยคนนักจะรับรู้ว่ามีอยู่ในเมืองไทย ผมออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองอย่างกระทันหัน ไม่มีข้อมูล ความรู้ -รู้แต่เพียงว่ามีหนุ่มนักศึกษารัฐประศาสนศาสตร์คณะมนุษย์ศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จะนั่งรถกระบะมากับพ่อ-แม่เพื่อมารอรับผมกับทีมงานที่สนามบินจังหวัดเลย ตลอดระยะทาง กว่า ๗๐ กิโลเมตร เมฆได้ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมา สีหน้าและแววตาบอกถึงความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ตนเอง เขาแรมรอนไปสืบเสาะหาต้นทางของบรรพบุรุษ ข้ามห้วย ป่าเขา จนได้เจอะเจอกับญาติ พี่น้องที่บ้านสบเบา แขวงหัวพันซำเหนือของลาวและบ้านนากลางแขวงเวียงจัน ครั้งที่สองเขาเดินทางไปเข้าไปยังชุมชนไทแดงในเวียดนาม

ผ้าทอโบราณ ลายนกเงือก

ชาวไทแดงบ้านห้วยผักเน่าอพยพมาจากเมืองแอด สบเบาทางตอนเหนือของลาวครับ ถูกพวกฮ่อรุกรานชาวไทแดงสู้ฮ่อไม่ได้ จึงพากันหนีเข้าทุ่งหญ้าคา พวกฮ่อกับแกวไล่ตามมาติดๆ เกิดการสู้รบกันขึ้นในป่าหญ้าคา ครานี้ไทแดงชนะ จึงตั้งชื่อตะกูลของตนว่า ‘คา’ หมายถึง ‘ชัยชนะ ที่ได้จากป่าหญ้าคา’ นั่นเอง” เมฆเล่าถึงความเป็นมาของต้นตระกูล เขายังนำผ้าโบราณลายนกเงือกซึ่งหมายถึงต้นตะกูลที่สูงศักดิ์ให้ดู หลังอิ่มเอมจากอาหารมื้อค่ำ

ลำน้ำสานยังคงส่งเสียงกระซิบ ภูสันแปและผืนป่า ฝูงนกโบยบินออกจากรัง ไก่แจ้โก่งคอขันรับอรุณรุ่งของเช้าวันใหม่ บรรยากาศสบายๆ วิถีชีวิตเรียบง่ายในอ้อมกอดแห่งขุนเขา เมฆชักชวนผมขึ้นรถอีแต๊กไปยังที่นาขั้นบันได โดยมีเจ้าเพื่อนยากวิ่งลิ้นห้อยคอยนำทาง ขึ้นเนิน ข้ามลำธารเล็กๆ ระยะทางร่วม ๕ กิโลเมตร จนถึงที่นา เจ้าเพื่อนยากยังคงวนเวียนดูเมฆสาธิตการเรียกขวัญแม่โพสพตามแบบฉบับชาวไทแดงอย่างสนใจ

ไม่ว่าอดีตจะเป็นเช่นไร การเรียนรู้รากเหง้าเสมือนส่องกระจกมองดูเงาของตัวเอง มนุษย์ย่อมมีความแตกต่าง ในความเป็นมนุษย์เราจึงควรเคารพศักดิ์ศรีและเคารพในความเท่าเทียม ก็คงคล้ายกับหยดน้ำต้นทาง หลอมรวมเป็นแอ่งน้ำ ไหลคดเคี้ยวเลี้ยวเลาะตามซอกเขา สู่ลำน้ำสายหลักของอำเภอภูเรือ ก่อนไหลบรรจบกับแม่น้ำเหือง แม้จะเป็นเส้นแบ่งเขตชายแดนไทยกับลาว แต่สายน้ำไม่เลือกชนชาติและสถานะ

เพื่อนตัวน้อยผู้นำทาง

ขอบคุณ เทวรักษ์(เมฆ) ครอบครัวสารมะโน รวมทั้งชาวไทแดงและเจ้าเพื่อนยาก บ้านห้วยผักเน่า อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย

คัดย่อ: จากงานวิจัยกลุ่มชาติพันธ์ไทแดงโดยสุมิตร ปิติพัฒน์และคนอื่นๆ (๒๕๔ต). คนไทแดงในแขวงหัวพัน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. กรุงเทพฯ: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตชำเหนือและชำใต้ แขวงหัวพัน ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประชากรไทแดงมีการอพยพย้ายถิ่นฐานด้วยเงื่อนไข ๒ ประการ คือ

เกิดจากสงครามและการปล้นสะดมจากกลุ่มฮ่อในช่วงปี ค.ศ.๑๘๗๔

เกิดจากนโยบายการปกครองแขวงหัวพันของฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๘๙๖ เป็นต้นมา การเคลื่อนย้ายประชากรทั้งสองช่วงทำให้ชาวไทแดงที่อาศัยอยู่ในถิ่นฐานเดิมที่ชาวลาวพุทธตั้งอยู่และที่อาศัยอยู่ในเวียตนาม เข้ามาอยู่ในเขตประเทศลาว.