โดย:อัยย์ รินทร์

        มหากาพย์อินเดียเรื่องหนึ่ง ซึ่งแพร่หลายไปในหลายประเทศแถบในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ สงครามระหว่างฝ่ายธรรมะกับฝ่ายอธรรม ณ ทุ่งกุรุเกษตร ที่สู้รบกันยาวนานถึง ๑๘ วัน สงครามครั้งนั้นทำให้ไพร่พลทหารของทั้งสองฝ่าย ต่างบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก มีข้อสันนิษฐานกันว่าวรรณกรรมเรื่องนี้น่าจะมีเค้าโครงที่เกิดขึ้นในยุคชนเผ่าอารยันอาศัยทางตอนใต้ของรัสเซีย ก่อนจะอพยพเข้ามาอินเดีย ก่อนพระพุทธเจ้าประสูติราว ๕๐๐ ปี

 “มหาหาพย์รามายณะ”ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับแต่ละพื้นที่และยุคสมัย ส่วนคนไทยรู้จักกันในนาม “รามเกียรติ์”ซึ่งมีอิทธิพลทั้งในด้านศิลปะ วัฒนธรรมและศาสนา กระทั่งพระนามของพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ก็มีคำว่า “ราม” หรือพระราม องศ์อวตารของพระวิษณุหรือพระนารายณ์ ที่อวตารมาปราบอสูรร้ายและช่วยเหลือมนุษย์ในยามทุกข์เข็ญ

อุโมงค์ไม้ไผ่วัดถ้ำวังหิน

     ดังที่ทราบกันดีตัวละครหลักนั้นมีพระราม พระลักษณ์ นางสีดา ทศกัณฐ์ หนุมาณฯลฯ แต่ตัวละครตัวหนึ่งซึ่งเป็นทหารเอกของพระรามคือ “องคต”ลูกของพญาพาลีกับนางมณโฑ มีธนูเป็นอาวุธคู่กาย ใครก็ตามที่ต่อสู้กับเขาต้องมีอันเป็นไป   เผอิญชื่อ “องคต” นั้นพ้องกับโครงการอันสืบเนื่องมาจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ คือ “โครงการห้วยองคต” ด้วยแนวพระราชดำริที่ทรงเน้นการบริหารและจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ จัดสรรให้ราษฎรได้อาศัย ทำมาหากิน อยู่ร่วมธรรมชาติโดยไม่ทำลายซึ่งกันและกัน  โครงการห้วยองคตจึงเป็นเสมือนทหารเอกของพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ซึ่งมีอาวุธประจำพระองค์คือ “บวร” จากวันนั้นถึงวันนี้การพัฒนาขึ้นเจริญรุ่งเรืองเป็นลำดับ มีระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปาแหล่งน้ำในการทำเกษตร โรงเรียน โรงพยาบาล

โรงเรียนประชามงคล

ความเชื่อของชาวฮินดูนั้นถือว่า “สิ่งใดที่มีอยู่ในมหากาพย์รามายณะ สิ่งนั้นอาจมีให้เป็นในที่อื่นได้…แต่สิ่งใดที่ไม่มีอยู่ในมหากาพย์นี้ สิ่งนั้นย่อมจะหาไม่ได้เลยในที่แห่งนี้”

ในมหากาพย์รามายะเป็นเรื่องราวการต่อสู้เพื่อแย่งชิง อิสตรีนางสีดาผู้เลอโฉม ณ ทุ่งกุรุเกษตร ส่วนโครงการห้วยองคตตามแนวพระราชดำริ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลสมเด็จเจริญ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี  นั้นเป็นเสมือนยุทธศาสตร์ของพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ทรงใช้ต่อกรกับปัญหาความขัดแย้ง บุกรุกพื้นที่ป่าไม้ ปัญหาความยากจน ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลเล็งเห็นประโยชน์สุขของประชาชนของพระองศ์ ให้ได้กินดีอยู่ดีและร่วมกันอนุรักษ์ผืนป่าโดยไม่ต้องทำลาย

บันทึกการเดินทาง : หนังสือนพมณีกาญจน์ ในรอยพระบาทยาตรากาญจนบุรี

จัดพิมพ์โดย:สำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชฏัชกาญจนบุรี