สีสันบนรอยทาง: ธีรภาพ โลหิตกุล
สกุลช่าง:
เฉลิมชัย โฆสิตพิพัฒน์
วัดร่องขุ่น เชียงราย
….
ตำนานฝ่ายล้านนา
……………………….
นกหัสดีลิงค์ มีลำตัวเป็นหงส์ แต่มีหัวเป็นช้าง หนังสือไตรภูมิระบุว่า นกหัสดีลิงค์ ทำหน้าที่คาบซากศพไปทิ้ง เพื่อมิให้ดินแดนอุตตรกุรุทวีปสกปรก
เป็นที่มาของคติความเชื่อในการสร้างปราสาทเผาศพเป็นรูปนกหัสดีลิงค์ อันเป็นวัฒนธรรมร่วมของชาวอุษาคเนย์ อาทิ พุกาม ล้านนา สิบสองปันนา ล้านช้าง* ฯลฯ*เอกสารอ้างอิง หนังสือ “ลวดลายพุทธศิลป์น่าน” โดย โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปกรรมดั้งเดิมในพุทธศาสนสถาน จังหวัดน่าน, 2551
…..
ตำนานฝ่ายล้านช้าง
********************
ในสังคมสองฟากฝั่งลำน้ำโขง มีตำนานนกสักกะไดลิงค์ หรือนกหัสดีลิงค์ เล่าขานว่ากาลครั้งหนึ่ง พระราชาแห่งนครตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้า เสด็จสวรรคตกะทันหัน มหาเทวีจึงจัดพิธีอัญเชิญพระศพไปถวายพระเพลิงที่ทุ่งหลวงตามโบราณประเพณี
…..ขณะนั้นมีนกสักกะไดลิงค์ หรือนกหัสดีลิงค์ซึ่งกินเนื้อสัตว์เป็นอาหาร บินจากป่าหิมพานต์ผ่านขบวนแห่พอดี เมื่อนกเห็นพระศพก็คิดว่าเป็นอาหาร จึงบินโฉบลงมาเอาพระศพจะไปกิน มหาเทวีเห็นเช่นนั้น ก็ประกาศให้คนดีออกมาต่อสู้กับนกหัสดีลิงค์ เพื่อแย่งพระศพคืนมา
….
แต่ นักสู้ทั้งหลายกลับถูกนกหัสดีลิงค์จับกินหมด พระธิดาแห่งพญาตักกะศิลาจึงเข้ารับอาสาสู้นกหัสดีลิงค์ โดยใช้ศรอาบยาพิษยิงนกหัสดีลิงค์ถึงแก่ความตาย ตกลงมาพร้อมพระศพ มหาเทวีจึงโปรดให้ช่างทำเมรุ คือหอแก้วบนหลังนกหัสดีลิงค์ แล้วเชิญพระศพขึ้นประดิษฐานบนหลังนกหัสดีลิงค์ เพื่อถวายพระเพลิงไปพร้อมกัน
…..จากตำนานดังกล่าว เชื้อพระวงศ์ตักกะศิลาเชียงรุ้งแสนหวีฟ้าได้ถือเอาประเพณี ทำเมรุนกหัสดีลิงค์ เพื่อประกอบพิธีถวายพระเพลิง แก่เจ้านายเชื้อพระวงศ์ที่ถึงแก่อสัญกรรม สืบทอดกันมาตราบจนวันนี้
……

ทั้งนี้ ในบทความ “นกหัสดีลิงค์ พาหนะสู่สวรรค์ความเชื่อคนล้านนา” ระบุว่า ในปี 2482 พระยาอนุมานราชธน นักปราชญ์ทางวัฒนธรรมไทย เคยทำหนังสือถวาย สมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ความว่า

“ชาวเชียงใหม่ ทำศพโดยทำรูปนกหัสดีลิงค์ น่าจะเอาอย่างมาจากอุตตรกุรุ (คืออินเดีย)” กรมพระยานริศฯ ประทานคำตอบว่า “ประเพณีจากอินเดียมาสู่เขมร จากเขมรเข้ามาไทยภาคอีสาน แล้วทางพายัพจึงเอาอย่างมาจากอีสาน”

*เอกสารอ้างอิง
บทความ “นกหัสดีลิงค์ พาหนะสู่สวรรค์ความเชื่อคนล้านนา” จาก www.postjung.com